4 โรค ที่ควรระวังกับการรับประทานทุเรียน

0
137
4โรคกับทุเรียน

4 โรค ที่ควรระวังกับการรับประทานทุเรียน!

ทุเรียนกับโรค

ทุเรียนจะเป็นแหล่งคุณค่าทางสารอาหารที่ดี แต่แคลอรี่และคาร์โบไฮเดรตที่มีในปริมาณสูงนั้นก็อาจส่งผลให้น้ำหนักและรอบเอวเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน โดยทุเรียนลูกใหญ่ที่มีเนื้อทุเรียนประมาณ 1 กิโลกรัม อาจจะให้พลังงานมากถึง 1,350 แคลอรี่ หากรับประทานทั้งหมดสามารถคิดเป็นพลังงานร้อยละ 68 สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปที่ควรได้รับพลังงาน 2,000 แคลอรี่ต่อวัน ซึ่งถือว่าสูงมาก ทางที่ดีผู้ที่มีสุขภาพดีโดยทั่วไปควรรับประทานประมาณที่ 2-3 เม็ดต่อครั้งก็เพียงพอ และควรรับประทานให้น้อยลง

4 โรค ไม่ควรกินทุเรียนในปริมาณที่มาก

1.ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

โรคเบาหวาน

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าทุเรียนจัดเป็นผลไม้ที่ให้น้ำตาล ไขมัน และมีพลังงานสูง ดังนั้นผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานกินทุเรียนเข้าไป อาจทำให้มีอาการน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเกินไป ส่งผลให้เจ็บป่วยไม่สบายตัวหรือร้อนใน และอาจเป็นอันตรายถึงภาวะช็อกได้

2.ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 

โรคความดันโลหิตสูง

ทุเรียนจัดว่าเป็นผลไม้ธาตุร้อน จึงไม่ควรรับประทานในปริมาณมาก เพราะจะทำให้ความดันสูงขึ้นจนอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายได้

3.ผู้ป่วยโรคไต

โรคไต

ทุเรียนยังเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง ผู้ป่วยโรคไตไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินได้เท่าคนปกติ ผู้ป่วยโรคไต จึงควรเลี่ยงเพราะจะส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และยังต้องระมัดระวังในการรับประทานทุเรียนแปรรูป อาทิ ทุเรียนกวน ทุเรียนทอด ทุเรียนเผา เป็นต้น เนื่องจากมีน้ำตาลสูงมากกว่าทุเรียนสด

4.ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ 

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

ทุเรียนมีแร่ธาตุโพแทสเซียมสูง ซึ่งเป็นปัญหากับผู้ป่วยโรคไต เนื่องจากร่างกายของผู้ป่วยจะขับโพแทสเซียมออกได้ไม่ดี อาจทำให้โรคทวีความรุนแรงและทรุดลงได้ ส่วนโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอาจส่งผลให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้เช่นกัน

อันตรายจากการรับประทานทุเรียนมากเกินไป

ทุเรียนอันตราย

ทุเรียนจัดอยู่ในอาหารกลุ่มผลไม้ที่มีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ รวมทั้งเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรต หากต้องการรับประทานทุเรียนให้ได้รับประโยชน์และคุณค่าทางสารอาหารที่เหมาะสม ไม่ควรรับประทานทุเรียนเกินวันละ 2 เม็ด ไม่กินถี่ทุกวัน และลดอาหารกลุ่มข้าวแป้ง ของหวานในมื้อที่รับประทานทุเรียน

ถ้าใครชอบรับประทานทุเรียนมาก โดยกินครั้งละประมาณ 2-3 พู หรือ 4-6 เม็ด เท่ากับร่างกายจะรับพลังงานสูงถึง 520-780 กิโลแคลอรี ซึ่งเทียบเท่ากับรับประทานข้าวมันไก่ 2 จาน หรือเท่ากับการรับประทานอาหาร 2 มื้อ

กิน มังคุด ลดอันตรายจากทุเรียนได้?

อันตรายทานทุเรียนมากไป

สรรพคุณของทุเรียน ราชาแห่งผลไม้ (King of Fruits) ตามตำรายาไทยระบุว่า เนื้อทุเรียน มีรสหวาน ร้อน ช่วยบรรเทาอาการจุกเสียด บำรุงกำลัง และเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย ตามองค์ความรู้ภูมิปัญญาพื้นบ้านแนะนำว่า หากรับประทานทุเรียนแล้ว ให้รับประทานมังคุดตาม เนื่องจากทุเรียนมีฤทธิ์ร้อน ทำให้ร่างกายร้อนขึ้น และมังคุดเป็นราชินีแห่งผลไม้ (Queen of Fruits) มีฤทธิ์เย็นช่วยลดความร้อนในร่างกาย รับประทานคู่กันช่วยให้ร่างกายเกิดความสมดุล

มังคุดดับร้อนทุเรียน

ความเชื่อที่ระบุว่ากินมังคุด เพื่อลดความร้อนหลังจากรับประทานทุเรียนนั้น ช่วยในแง่ของอาหารร้อนอาหารเย็น แต่ในแง่โภชนาการมังคุด และทุเรียนมีน้ำตาลสูง ดังนั้นไม่ควรรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป

อาหารที่ไม่ควรรับประทานคู่กับทุเรียน

โทษของทุเรียนจะไม่ส่งผลใด ๆ หากรับประทานเพียงเล็กน้อย แต่จะส่งผลอย่างชัดเจนจนเกิดโทษเมื่อกินทุเรียนคู่กับเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และผลไม้หรืออาหารที่มีรสหวานจัด

ทุเรียนกับแอลกอฮอร์

เนื่องจากทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีสารกำมะถันค่อนข้างมาก เมื่อกินทุเรียนคู่กับแอลกอฮอล์แล้วจะทำให้เอนไซม์บางชนิดลดลง ซึ่งเอนไซม์ชนิดนี้ได้เปลี่ยนสารพิษ Aldehyde ให้เป็นสารชนิดอื่นที่ไม่ใช่พลังงาน อีกทั้งยังกำจัดออกจากร่างกายได้น้อยลง จึงอาจทำให้มีอาการชา วิงเวียนศีรษะ หน้าแดง อาเจียน อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ไม่สบายตัว และอาจเป็นอันตรายได้ถ้ามีอาการขาดน้ำหรือหมดสติ หากรับประทานคู่กับคาเฟอีนก็จะทำให้ปวดศีรษะได้

ทุเรียนกับแอลกอฮอร์

ไม่ควรรับประทานทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เนื่องจากทุเรียนเป็นอาหารที่มีไขมัน และคาร์โบไฮเดรตสูง ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ให้พลังงานสูงเช่นเดียวกัน เมื่อกินทุเรียนร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายจะได้รับพลังงานที่มากเกินไป ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เกิดกระบวนการเผาผลาญเพิ่มขึ้น ซึ่งต้องใช้น้ำจำนวนมาก ทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูงมากกว่าปกติ อาจเป็นผลทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

ข้อควรระวังในการกินทุเรียน

ทุเรียน

1.ควรกินทุเรียนคู่กับมังคุด เนื่องจากมังคุดมีใยอาหารสูงและมีน้ำมาก สามารถแก้อาการร้อนในได้

2.ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวดังกล่าวไม่ควรกินทุเรียนเกิน 1 เม็ดเล็กต่อวัน และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รวมทั้งไม่ควรกินทุเรียนที่แปรรูปแล้วอย่างเช่นทุเรียนกวนหรือทุเรียนทอด เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลสูงกว่าทุเรียนผลสดๆ

3.เมื่อรับประทานทุเรียนแล้วควรหลีกเลี่ยงอาหารรสหวานจัดหรือมันจัด เพื่อที่จะได้รับพลังงานในปริมาณที่ไม่เกินกว่าร่างกายต้องการ

4.ไม่รับประทานทุเรียนในปริมาณที่มากเกินไป เพราะจะทำให้แน่นและจุกเสียดได้

5.หากมีอาการร้อนในหรือเจ็บคอ ให้ดื่มน้ำตามมากๆ หรือดื่มน้ำผสมเกลือแกงครึ่งช้อนชา เพื่อขับสารซัลเฟอร์ให้ออกมาแล้วอาการร้อนในก็จะดีขึ้น

ออกกำลังกายควบคู่

การรับประทานทุเรียนในปริมาณที่ไม่มาก จะให้ประโยชน์มากกว่าที่จะให้โทษแก่ร่างกาย เพราะมีสารอาหารที่มีคุณค่าจำเป็นต่อร่างกายหลายอย่าง หากรับประทานมากติดต่อกันหลายๆ วัน ก็จะทำให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาได้ ซึ่งเราควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย จึงจะได้ทั้งความอิ่มอร่อยและสุขภาพดีอย่างไม่ต้องกังวลกับปัญหาสุขภาพที่จะตามมา

เมื่อบริโภคทุเรียนอย่างจำกัดปริมาณให้เหมาะสมแล้ว ก็ควรออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ เพื่อเผาผลาญแป้งและน้ำตาล ควบคุมการบริโภค อย่างเคร่งครัด จึงจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย ด้วยความห่วงใยจากโอแคร์ค่ะ

อ้างอิงจาก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

Tel: 099-131-9919
Website : www.ocare.co.th
Facebook.com/Ocarehealth
Instagram.com/Ocarehealth
Line ID : @ocarehealth
👇👇คลิก https://line.me/R/ti/p/%40hsv2260s

เพิ่มเพื่อน “คลิกโอแคร์ ดูแลถึงบ้าน”
Ocare : โอแคร์ คือ ผู้ให้บริการตรวจสุขภาพถึงบ้าน พร้อมวิเคราะห์ผลตรวจสุขภาพโดยแพทย์ รับผลตรวจทันทีภายใน 24 ชั่วโมง
#โอแคร์#Ocare#ตรวจสุขภาพ#ตรวจสุขภาพถึงบ้าน#โปรแกรมตรวจสุขภาพ#ตรวจสุขภาพโดยแพทย์#ตรวจสุขภาพโดยพยาบาล#ผลสุขภาพออนไลน์

Ocare โอแคร์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here