เพศสัมพันธ์ ตอน ยาคุมฉุกเฉิน ป้องกันได้จริงหรือ

0
5410
ยาคุมฉุกเฉิน

ยาคุมฉุกเฉินคืออะไร

ยาคุมฉุกเฉิน

ยาคุมฉุกเฉิน หรือ ยาฮอร์โมนตัวเดียวกับที่มีอยู่ในยาคุมกำเนิดธรรมดาหรือแบบรายเดือน แต่ยาคุมฉุกเฉินใช้เฉพาะในเหตุการณ์จำเป็นหรือฉุกเฉินเท่านั้น ตัวยาจะมีปริมาณของฮอร์โมนที่สูงกว่า ใช้ทานเพื่อลดโอกาสการตั้งครรภ์จากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน และต้องกินหลังจากมีเพศสัมพันธ์ภายในเวลาที่กำหนด เพราะจะมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยต่อผู้ทานมากที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะป้องกันได้ 100% เพราะปัจจุบันยังไม่มีการป้องกันที่ได้ประสิทธิภาพ 100%

ยาคุมฉุกเฉิน

ยาคุมฉุกเฉิน

1 กล่อง จะมีตัวยา 2 เม็ด ประกอบด้วยตัวยาที่เป็นฮอร์โมนขนาดสูง คือ ลีโวนอร์เจสเตรล (levonorgestrel) เม็ดละ 750 ไมโครกรัม – การกินยาคุมฉุกเฉินที่ถูกต้องคือ กินเม็ดแรกให้เร็วที่สุด หลังจากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันทันที โดยไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมง และจะต้องกินยาเม็ดที่สองหลังจากกินเม็ดแรกไม่เกิน 12 ชั่วโมง

ยาคุมฉุกเฉินออกฤทธิ์อย่างไร

ระบบสืบพันธ์

ตัวอสุจิสามารถรอดอยู่ได้ในทางเดินระบบสืบพันธุ์ผู้หญิงนานสุดถึง 5 วันหลังการมีเพศสัมพันธ์ หากไข่ตกภายในช่วง 5 วันนี้สามารถเกิดการปฏิสนธิ (fertilization) และอาจทำให้ตั้งครรภ์ได้ เป็นที่ยอมรับกันว่าการตั้งครรภ์เริ่มขึ้นเมื่อมีการฝังตัว (implantation) ของไข่ที่ผสมแล้ว

ดังนั้นการออกฤทธิ์ของยาคุมกำเนิดฉุกเฉินจะต้องป้องกันไม่ให้เกิดการปฏิสนธิหรือไม่ให้เกิดการฝังตัว แต่จะไม่รบกวนการฝังตัวที่เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินจึงไม่ใช่ยาทำแท้ง ซึ่งช่วงหลังจากไข่ตกจนถึงช่วงที่จะเกิดการฝังตัวนั้นมีเวลาสั้นเพียงแค่ 6 วัน (แม้ว่าในความเป็นจริงอาจนานกว่านี้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่กว่า 80% ของการตั้งครรภ์ การฝังตัวของไข่ที่ผสมแล้วเกิดช่วง 8-10 หลังการตกไข่)

การออกฤทธิ์ของ levonorgestrel ในยาคุมกำเนิดฉุกเฉินนั้นข้อมูลส่วนใหญ่ระบุถึงฤทธิ์รบกวนการตกไข่โดยยับยั้งการหลั่ง luteinizing hormone (LH) ที่พุ่งสูงมาก (LH surge) ก่อนไข่ตก จึงยับยั้งการเจริญของถุงไข่ (follicle) หรือการแตกของถุงไข่ และทำให้คอร์พัสลูเทียม (corpus luteum) ไม่อาจทำหน้าที่ได้ ซึ่งการออกฤทธิ์ดังกล่าวถือเป็นกลไกที่สำคัญและมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการตั้งครรภ์ แม้จะมีการคาดคะเนว่ายาอาจออกฤทธิ์อย่างอื่นได้บ้าง เช่น ลดการสร้างเมือกและเพิ่มความหนืดของเมือกปากมดลูกซึ่งทำให้ตัวอสุจิไม่อาจเดินทางไปปฏิสนธิกับไข่ เพิ่มการบีบตัวของท่อนำไข่ เพิ่มการบีบตัวของมดลูกซึ่งทำให้ไข่ที่ปฏิสนธิแล้วมาถึงโพรงมดลูกในเวลาที่ไม่เหมาะสมในการฝังตัว ตลอดจนทำให้เยื่อบุมดลูกไม่พร้อมที่จะรับการฝังตัวของตัวอ่อน แต่การศึกษาด้านประสิทธิผลเมื่อรับประทานยาหลังการตกไข่ไม่ได้สนับสนุนกลไกการออกฤทธิ์ดังกล่าวข้างต้นอย่างชัดเจน การที่ยานี้มีกลไกการออกฤทธิ์ที่สำคัญคือรบกวนหรือชะลอการตกไข่ อีกทั้งผลการศึกษายังไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะสนับสนุนประสิทธิภาพของยาหากรับประทานหลังการตกไข่

ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ได้หากมีการร่วมเพศตามมาอีก นอกจากนี้การรับประทานยาคุมกำเนิดฉุกเฉินซ้ำอาจให้ประสิทธิผลลดลงและยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ของยาอีกด้วย

กินยาคุมฉุกเฉินอย่างไรให้ไม่ตั้งครรภ์

ยาคุมฉุกเฉิน

1.ยาคุมฉุกเฉิน 1 กล่อง จะมีตัวยา 2 เม็ด ประกอบด้วยตัวยาที่เป็นฮอร์โมนขนาดสูง คือ ลีโวนอร์เจสเตรล (levonorgestrel) เม็ดละ 750 ไมโครกรัม
2.การกินยาคุมฉุกเฉินที่ถูกต้องคือ กินเม็ดแรกให้เร็วที่สุด หลังจากมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกันทันที โดยไม่ควรเกิน 72 ชั่วโมง และจะต้องกินยาเม็ดที่สองหลังจากกินเม็ดแรกไม่เกิน 12 ชั่วโมง
3.การกินยาเม็ดแรกภายใน 72 ชั่วโมง หลังการมีเพศสัมพันธ์ดังกล่าวตามด้วยยาเม็ดที่สอง จะให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 75% แต่หากเริ่มยาภายใน 24ชั่วโมง หลังการมีเพศสัมพันธ์ จะให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นเป็น 85% ดังนั้นจึงควรรับประทานยาเม็ดแรกหลังการมีเพศสัมพันธ์ให้เร็วที่สุด
4.หากมีการอาเจียนภายใน 2 ชั่วโมงหลังกินยาแต่ละเม็ด ต้องกินยาใหม่ และไม่แนะนำให้กินยาเกิน 4 เม็ด หรือ 2 กล่อง ต่อเดือน

หลายคนมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการกินยาคุมฉุกเฉิน ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน เหมาะสมกับกรณีฉุกเฉิน ซึ่งคำว่า ฉุกเฉิน หมายถึงการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ได้คุมกำเนิดเพื่อการป้องกันการตั้งครรภ์ หรืออาจเกิดจากการผิดพลาดจากการคุมกำเนิด เช่น การรั่วหรือฉีกขาดของถุงยางอนามัย การลืมรับประทานยาคุมกำเนิดแบบปกติตั้งแต่ 2 เม็ดขึ้นไป หรือการถูกข่มขืน เป็นต้น

 ผลข้างเคียงที่ควรรู้

1.ประจำเดือนอาจคลาดเคลื่อน ทำให้มาช้าหรือเร็วกว่าปกติ ข้อนี้ไม่ต้องกังวลไปนะคะ
2.อาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอยออกมาระหว่างเดือน
3.ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ เวียนหัว เจ็บคัดเต้านม
4.ซึมเศร้า วิตกกังวล เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์
5.คนส่วนน้อยเท่านั้นที่กินยาคุมฉุกเฉิน แล้วจะมีอาการข้างเคียงดังกล่าว (ไม่ต้องตกใจ)

6.ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ ไม่เป็นอันตรายรุนแรง และไม่จำเป็นต้องใช้ยารักษาใด

Q&A ถาม-ตอบ เรื่องยาคุมฉุกเฉิน

ถาม เลือดออกหลังจากกินยา เป็นผลข้างเคียงหรือประจำเดือน?

ตอบ ยาคุมฉุกเฉินเป็นยาฮอร์โมนสูงอาจมีผลข้างเคียงคือทำให้มีเลือดออกกะปริบกะปรอยได้

ถาม กินเม็ดแรกไปแล้ว ระหว่างรอกินเม็ดที่2 มีเพศสัมพันธ์อีก ต้องทำยังไง

ตอบ ไม่ต้องทำอะไร รอกินเม็ดที่ 2 เมื่อถึงเวลา

ถาม กินยาฉุกเฉินไปครบแล้ว มีเพศสัมพันธ์อีกหลังจากนั้นไม่ได้ป้องกัน ต้องกินยาอีกมั้ย

ตอบ ต้องกินยาอีก และควรใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งต่อไป

ถาม กินฉุกเฉินมากกว่า 2  ครั้ง อันตรายจริงไหม (โอกาสเป็นมะเร็ง/ท้องนอกมดลูก)

ตอบ โอกาสเป็นมะเร็งไม่มี แต่มีโอกาสท้องนอกมดลูกได้

ถาม กินยาฉุกเฉินไม่ตรงเวลา (แบบที่กินหลังจากเม็ดแรก12ชม.จะมีผลกับการคุมกำเนิดมั้ย)

ตอบ ประสิทธิภาพของยาในการช่วยคุมกำเนิดจะลดลง

การมีเพศสัมพันธ์ควรป้องกันทุกครั้ง เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์หรือการเกิดโรคร้ายจากการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็น โรคหนองใน เอชไอวี และควรมีการพบแพทย์ตรวจหาโรคเพื่อความปลอดภัยทั้งตัวเองและคนข้างๆ กาย และที่สำคัญ ในชีวิตนี้ห้ามกินยาคุมฉุกเฉินเกิน 2 ครั้ง ด้วยความห่วงใยจากโอแคร์ค่ะ

 

อ้างอิงจาก  มหาวิทยาลัยมหิดล คณะเภสัชศาสตร์

 

Tel: 099-131-9919
Website : www.ocare.co.th
Facebook.com/Ocarehealth
Instagram.com/Ocarehealth
Line ID : @ocarehealth
👇👇คลิก https://line.me/R/ti/p/%40hsv2260s

เพิ่มเพื่อน “คลิกโอแคร์ ดูแลถึงบ้าน”
Ocare : โอแคร์ คือ ผู้ให้บริการตรวจสุขภาพถึงบ้าน พร้อมวิเคราะห์ผลตรวจสุขภาพโดยแพทย์ รับผลตรวจทันทีภายใน 24 ชั่วโมง
#โอแคร์#Ocare#ตรวจสุขภาพ#ตรวจสุขภาพถึงบ้าน#โปรแกรมตรวจสุขภาพ#ตรวจสุขภาพโดยแพทย์#ตรวจสุขภาพโดยพยาบาล#ผลสุขภาพออนไลน์

Ocare โอแคร์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here