ท้องผูก แบบไหนเป็นสัญญาณเตือน มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

0
204
ท้องผูก

ท้องผูกเกิดจากอะไร ?

ท้องผูก

ท้องผูกอาการผิดปกติในการขับถ่าย ถ่ายน้อยผิดปกติ ประมาณน้อยกว่า 3 ครั้ง/สัปดาห์ท้องผูกเป็นอาการที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยเมื่อลำไส้มีการบีบตัวหรือเคลื่อนตัวช้าในระหว่างการย่อยอาหาร ทำให้ไม่สามารถกำจัดอุจจาระออกจากระบบทางเดินอาหารได้อย่างปกติ จึงเกิดการตกค้างในลำไส้ใหญ่เป็นเวลานานจนมีการดูดน้ำในอุจจาระกลับ อุจจาระจึงมีลักษณะแห้ง แข็ง และมีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้ขับถ่ายออกได้ลำบาก เจ็บปวดจากการต้องเบ่งแรง ๆ อาจรู้สึกขับถ่ายไม่หมด อุจจาระมีลักษณะแห้ง แข็ง เป็นก้อนเล็กก้อนน้อยคล้ายขี้แพะ

 

1. เกิดจากพฤติกรรมแบบผิด ๆ 

ไม่ทานผัก

การปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวันแบบผิด ๆ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ท้องผูก เริ่มตั้งแต่เรื่อง “กิน” ที่หลายคนไม่ชอบทานผัก-ผลไม้ ชอบทานแต่เนื้อสัตว์ ไขมัน หรือแป้งมากเกินไป โดยเฉพาะแป้งจำพวกข้าวสาลีที่ผ่านกระบวนการแปรรูป จะยิ่งย่อยยาก กินแล้วทำให้ท้องอืด ท้องผูก หรือดื่มน้ำน้อยเกินไป รวมทั้งยังเป็นคนไม่ชอบออกกำลังกาย วัน ๆ นั่งทำงานอยู่กับที่ แทบไม่ได้ขยับตัวไปไหน ก็ทำให้ลำไส้บีบตัวน้อย ส่งผลให้อาการท้องผูกมาเคาะประตูบ้านอยู่ทุกเมื่อ และนอกจากเรื่อง “กิน” แล้ว ยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เราท้องผูกได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นความเคร่งเครียดในชีวิตประจำวัน การนั่งรถนาน การเดินทางไกล ใช้ที่สวนทวารบ่อยครั้ง ฯลฯ

 

2. การใช้ยา

ยารักษาโรค

รู้ไหมว่า “ยา” บางชนิดที่เราทานเข้าไปรักษาโรคบางอย่าง อาจส่งผลข้างเคียงให้เกิดอาการท้องผูกได้ เช่น ยาคลายเครียด ยาแก้โรคซึมเศร้า ยาแก้ความดันสูง ยาลดกรด รวมทั้งอาหารเสริมจำพวกธาตุเหล็ก และยาแก้ปวดที่มีสารประกอบโคเดอีน (codeine) ทำให้การย่อยอาหารช้าลง มีผลให้เกิดอาการท้องผูก

3. มีโรคประจำตัว

โรคประจำตัว

อาการท้องผูกอาจเป็นอาการหนึ่งของโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ เช่น โรคเบาหวาน หรือมีก้อนเนื้องอก มีมะเร็งอุดกั้นลำไส้ จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกถ่ายอุจจาระลำบาก กระทั่งท้องผูกได้เหมือนกัน

หนุ่ม – สาววัยทำงาน อันตรายอย่าละเลย

แผลในปาก

1.เป็นแผลร้อนใน ปากแห้ง ลิ้นเป็นฝ้า เลือดกำเดาไหล เนื่องจากความร้อนจากกระบวนการหมักหมมของเสียและสารพิษภายในร่างกายที่เพิ่มมากขึ้น

2.ก่อนให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

3.เมื่ออุจจาระมีความแข็งและเหนียวส่งผลให้ต้องออกแรงมากในการถ่าย อาจส่งผลให้เกิดแผลบริเวณทวารหนักและเกิดโรคริดสีดวงทวารตามมาได้

4.นอนไม่หลับเพราะท้องอึด ลมตี หายใจไม่ทั่วท้อง ส่งผลให้ผายลมมีกลิ่นเหม็นมาก ปากเหม็น ลมหายใจไม่สะอาด ปวดท้องเพราะลมในกระเพาะมากเกินไป

5.ลำไส้สกปรกเพราะกาดอาหารที่เหนียวและแข็งเกาะติดผนังลำไส้ ทำให้ร่างกายดูดซึมของเสียเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เกิดอาการปวดหัว อ่อนเพลีย มีกลิ่นตัว ภูมิแพ้ น้ำเหลืองเสีย

การอัดแน่นของอุจจาระ Fecal Impaction

Fecal Impaction

1.เป็นอาการที่สืบเนื่องจากท้องผูกสะสมอุจจาระไว้ในลำไส้ตรงเป็นเวลานาน

2.เริ่มแรกไม่ถ่ายเป็นเวลานาน

3.พบอุจจาระเป็นน้ำเหลวไหวซึมทางทวารหนักที่ละเล็กละน้อยอย่างควบคุมไม่ได้

4.อยากถ่ายตลอดเวลา แต่ถ่ายไม่ออก

5.อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย คือ ปวดอืด แน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียน

6.หายใจตื้นความดันโลหิตสูงขึ้น

7.ตรวจทางทวารหนัก จะพบก้อนแข็ง ๆ ของอุจจาระ หรือไม่พบหากก้อนนั้นอยู่สูงเกินไป

ตรวจสุขภาพ

ปัจจัยที่ทำให้แต่ละคนขับถ่ายไม่เท่ากัน

การดื่มน้ำ

1.การดื่มน้ำ ยิ่งดื่มน้ำมากยิ่งจะช่วยให้ถ่ายบ่อยและง่ายขึ้น

2.อายุ อายุที่มากขึ้นยิ่งทำให้เบ่งได้ยากขึ้นเวลาถ่าย

3.อาหาร คนที่กินผัก ผลไม้ที่มีกากใยเยอะ จะทำให้ถ่ายง่าย คนที่กินแป้ง กินเนื้อเยอะ จะทำให้ขับถ่ายยาก

4.กิจกรรมที่ทำ ผู้ที่ออกกำลังกายจะขับถ่ายง่ายกว่าผู้ที่อยู่นิ่ง ๆ

5.ประวัติการรักษาโรค โรคบางโรคส่งผลให้ระบบขับถ่ายด้อยประสิทธิภาพลงได้

6.ปริมาณฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนเปลี่ยน ทำให้ผู้หญิงถ่ายบ่อยช่วงที่มีประจำเดือน

7.วิถีชีวิต บางคนชอบกลั้นชอบอั้นไว้ก่อน ยิ่งทำให้มีปัญหาท้องผูกภายหลัง

 

ท้องผูก เป็นต้นเหตุของอาการต่อไปนี้

 

1.ปวดหัวบ่อย หงุดหงิดประจำ สมองมึนงง คิดอะไรไม่ออก นอนหลับยาก

2.ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดต้นคอ คอแข็ง หันหน้าไม่ค่อยสะดวก หูอื้อ

3.อ่อนเพลียง่าย ป่วยบ่อย รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ เหมือนจะเป็นไข้ มือเท้าเย็น

4.ท้องอืดเป็นประจำ ท้องเสียง่าย ปวดท้องบ่อย แน่นท้อง มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้

5.ผิวพรรณไม่สดใส หมองคล้ำ ผิวหยาบกร้าน เป็นสิว เป็นฝ้า

6.มักเกิดแผลร้อนใ;น มีกลิ่นปาก กลิ่นตัว ผายลมบ่อย

7.ไส้ติ่งอักเสบ โรคอ้วน(พุงโต) หรือ ผอมเกินไป ท้องผูกริดสีดวงทวาร

8.เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ ปัสสาวะไม่ใส ไตมีปัญหา ความดันโลหิตสูง ภูมิแพ้ ลมพิษ ผื่นคัน หอบหืด ข้อเสื่อม  เป็นต้น

9 ทริค ง่าย ๆ ช่วยแก้อาการท้องผูก

เม็ดแมงลัก

1.ทานเม็ดแมงลักแช่น้ำ สม่ำเสมอ เม็ดแมงลัก 2 ช้อนชา แช่น้ำให้พองโตในน้ำเปล่า 1 แก้ว (250 cc)

2.ทานมะละกอสุก ประมาณ  ¼ ลูก สม่ำเสมอ

3.ดื่มน้ำอุ่น 3-4 แก้ว (750 – 1,000 cc) ขณะท้องว่างอย่างสม่ำเสมอ

4.ทานลูกพรุนแห้ง ทานกก่อนเข้านอน เพราะตื่นมาจะได้ถ่ายสบาย

5.ทานมะขามเปียก แต่อย่าทานมากเพราะอาจจะกลายเป็นทำให้ท้องเสียได้

6.ท่องไว้ ไม่กลั้น ไม่อั้นอุจจาระ

7.เดินออกกำลังกาย 20-30 นาที

8.นวดบริเวณลำไส้ใหญ่ บริเวณใต้สะดือแบบทวนเข็มนาฬิกา

9.นั่งถ่ายด้วยท่าชันเข่า

ปัญหาท้องผูกอาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาจเป็นสัญญาณเตือนของการติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย หรืออาจเป็นผลมาจากปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่เป็นอันตราย ดังนั้น หากพบว่ามีปัญหาท้องผูกอย่างต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์ ท้องเสียเล็กน้อยนาน 1 สัปดาห์ ท้องเสียอย่างรุนแรงนานเกิน 2 วัน ถ่ายเหลวและถ่ายเป็นเลือด อุจจาระมีสีดำ หรือปวดถ่ายอุจจาระในแบบที่ต้องถ่ายทันทีอย่างหาสาเหตุไม่ได้ หากเกิดอาการข้างต้นขึ้นอาการใดอาการหนึ่ง หรือตั้งแต่ 2 อาการขึ้นไป ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

ตรวจมะเร็ง

อ้างอิงจาก honestdocs , POBPAD

Tel: 099-131-9919
Website : www.ocare.co.th
Facebook.com/Ocarehealth
Instagram.com/Ocarehealth
Line ID : @ocarehealth
👇👇คลิก https://line.me/R/ti/p/%40hsv2260s

เพิ่มเพื่อน“คลิกโอแคร์ ดูแลถึงบ้าน”
Ocare : โอแคร์ คือ ผู้ให้บริการตรวจสุขภาพถึงบ้าน พร้อมวิเคราะห์ผลตรวจสุขภาพโดยแพทย์ รับผลตรวจทันทีภายใน 24 ชั่วโมง
#โอแคร์#Ocare#ตรวจสุขภาพ#ตรวจสุขภาพถึงบ้าน#โปรแกรมตรวจสุขภาพ#ตรวจสุขภาพโดยแพทย์#ตรวจสุขภาพโดยพยาบาล#ผลสุขภาพออนไลน์

Ocare โอแคร์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here