ปวดท้องน้อย (Pelvic Pain) สัญญาณภัยร้าย ที่ไม่ควรมองข้าม

0
604
ปวดท้องน้อย

ปวดท้องน้อย (Pelvic Pain) สัญญาณภัยร้าย ที่ไม่ควรมองข้าม

ปวดท้องน้อย (Pelvic Pain) หรือ อาการปวดช่องท้องส่วนล่าง บริเวณอุ้งเชิงกราน หรือ ปวดท้องน้อย เป็นหนึ่งในการปวดยอดฮิตที่ มีสาเหตุ มาจากหลากหลายปัจจัย และไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด มาดูกันว่า 5 สาเหตุหลักของ อาการปวดท้องน้อย ที่คุณควรรู้ไว้ก่อนจะสายเกินแก้นั้นมีอะไรบ้าง เพราะการปวดท้องน้อยนั้นไม่ใช่เพียง ‘การปวด’ อย่างที่ใครหลายคนคิด และละเลยอย่างแน่นอน

  1. การติดเชื้อภายในระบบทางเดินอาหาร
    ระบบขับถ่าย และระบบสืบพันธุ์

    ปวดท้องน้อย , Pelvic Pain หนึ่งในสาเหตุหลักที่นำไปสู่อาการปวกท้องน้อย ฟังดูแล้วอาจไม่ร้ายแรงอะไร ทานยาฆ่าเชื้อก็หมดปัญหา อย่าเพิ่งประเมิณอาการนี้ต่ำเกินไป เพราะการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน หรือ PID (Pelvic inflammatory disease) เป็นหนึ่งปัจจัยเสี่ยง ที่จะนำไปสู่โรคอื่นๆ อย่างเช่น โรคหนองใน(N.gonorrhe), โรคหนองในเทียม (C.trachomatis) เป็นต้น ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงาน ชี้ให้เห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า การติดเชื้อนั้น มากกว่าครึ่ง เกิดจาก การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย การเปลี่ยนคู่นอนหลายคน การสวนล้างช่องคลอด และการใส่ห่วงอนามัยเพื่อคุมกำเนิด ซึ่งอาจพบอาการอื่นๆ ประกอบด้วยเช่น การตกขาวปริมาณมาก เจ็บมากเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ปัสสาวะแสบขัด และอาจมีอาการปวดใต้ชายโคร่งร่วมด้วย  อย่างไรก็ตาม โรคนี้ หายขาดได้ หากได้รับการวินัจฉัย ตรวจโรค และรับการรักษาแต่เนิ่นๆ และแองกันได้ด้วยหลากหลายวิธี หากไม่แน่ใจว่าอาการปวดท้องน้อยนั้น เป็นอาการของการปวดที่สะท้อนถึงการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานหรือไม่ รีบพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย และรักษาโดยด่วน อย่าอายเชียวนะ เพราะผลข้างเคียงที่ตามมาอาจจะรุนแรงกว่าที่กำลังเป็นอยู่ก็เป็นได้

  2. เกิดการอักเสบในกระเพาะปัสสาวะ

    ปวดท้องน้อย , pelvic pain , กระเพราะปัสสาวะ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือ Cystitis (Lower urinary tract infection) โรคที่เกิดมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะ พบบ่อยมากในทุกช่วงอายุ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ หลายคนอาจนึกว่าเกิดในเพศชายเป็นหลัก แต่จากข้อมูลสถิติการเข้าพบแพทย์ ส่วนใหญ่เกิดในเพศหญิง เนื่องจากท่อปัสสาวะของเพศหญิงนั้นสั้นกว่ามาก เชื้อที่ติดมาจากท่อปัสสาวะจึงวิ่งเข้ากระเพาะปัสสาวะได้ง่าย และ 75 – 95 % พบว่าแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของ โรคกระเพาะปัสสาวะคือเชื้อ อีโคไล (E. coli) มักเป็นอาการเฉียบพลันและรักษาให้หายได้ทันที แต่อย่าชะล่าใจ เพราะการไม่ได้รับการตรวจโรค และรักษา อาจนำไปสู่โรคร้ายอื่นๆ ได้ อย่าง โรคเรื้อรังที่เกี่ยวกับระบบขับถ่าย โรคติดเชื้อของไตหรือโรคนิ่ว โรคต่อมลูกหมากอักเสบ ไปจนถึง โรคเบาหวาน แนะนำว่า การตรวจสุขภาพ และการพบแพทย์ คือหนทางที่ดีที่สุดสำหรับการรักษา

  1. การอักเสบของลำไส้

    ปวดท้องน้อย , pelvic pain , ลำไส้อักเสบ

ลำไส้อักเสบ (Enterocolitis) คือ เกิดจากเนื้อเยื่อที่บุภายในลำไส้ (เนื้อเยื่อบุผิว) มีอาการอักเสบ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่การติดเชื้อจากแบคทีเรีย ที่มีปัจจัยมาจากสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ที่ไม่ถูกสุขอนามัย อาศัยในพื้นที่แออัด หรืออยู่ในช่วงใกล้ชิดกับผู้เป็น โรคระบบทางเดินอาหาร และกลุ่มที่มีอาการโดยไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ มักมาจากสาเหตุด้านพันธุกรรม สังเกตได้ง่ายก่อนพบแพทย์ คืออาการท้องเสีย ท้องร่วงร่วมกับปวดท้อง และมีอากรปวดท้องน้อย ในลักษณะปวดบีบ คลื่นไส้อาเจียน และอ่อนเพลีย บอกเลยว่า ถ้าร่างกายคุณแสดงอาการเหล่านี้ขึ้นมา การตรวจสุขภาพ เพื่อหาสาเหตุและเตรียมตัวรักษาเป็นทางออกแรกที่คุณควรมองหา เพราะอาการปวดท้องน้อย ด้วยการอักเสบของลำไส้ สามารถรุนแรงลุกลามเป็นการติดเชื้อในกระแสโลหิต (ภาวะพิษเหตุติดเชื้อ) หรือเกิดลำไส้ขาดเลือดจนเน่าตาย (เนื้อตายเหตุขาดเลือด) ซึ่งเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตได้

  1. ต่อมลูกหมากอักเสบ โรคยอดฮิตที่ไม่แนะนำให้ตามกระแส

ต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis) โรคนี้พบได้บ่อยในผู้ชายทุกช่วงวัย แต่อัตราการพบโรคต่อมลูกหมากอักเสบนั้นเป็นกราฟขึ้นตามช่วงอายุเนื่องจากพบในเด็กจำนวนน้อยมาก และเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆตามอายุที่สูงขึ้น และสามารถตรวจพบ โรคต่อมลูกหมากอักเสบ ได้สูงถึง 2 – 10 % จากผู้ชายทั่วโลก  และเหมือนกันกับโรคอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการเกิด อาการปวดท้องน้อย เกือบทุกโรคนั้นมีที่มาจากการติดเชื้อโดยสังเกตจากอาการอื่นๆร่วมด้วยได้ อย่างเช่นการมีไข้ที่ขึ้นสูงต่ำ ไม่ปกติ ปัสสาวะบ่อยและไม่สามารถกลั้นได้ ปวดเมื่อหลั่งน้ำอสุจิ หรืออสุจิเป็นเลือด แน่นอนว่าโรคต่อมลูกหมากอักเสบนั้นไม่น่าพิสมัยเสียเลย และเมื่อพบว่ามีอาการเหล่านี้ให้รีบพบแพทย์ เพื่อตรวจร่างกายและรับการรักษาโดยด่วน ซึ่งหากเข้ารับการตรวจและรักษาอย่างล่าช้าอาจกลายเป็นต่อมลูกหมากเป็นหนอง หรือ ต่อมลูกหมากอักเสบเรื้อรัง ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ดูแลสุขอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ รักษาสุขภาพอนามัยพื้นฐาน และเข้ารับ การตรวจสุขภาพ อย่างสม่ำเสมอ

  1. ไม่ใช่แค่ปวดท้องน้อย อาการรุนแรงสะท้อนโรคมะเร็ง

    ตรวจสุขภาพ , ปวดท้องน้อย

จั่วหัวมาแบบนี้ ก็ต้องบอกเลยว่าอาการปวดท้องน้อย นั้นมาจากหลากหลายสาเหตุ เบาบางและหนักหนา แตกต่างกันไป เพราะอาการที่ว่ามาดังกล่าวสามารถเป็นอาการปวด ที่บ่งบอกถึงโรคร้ายอย่าง โรคมะเร็งก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามโรคมะเร็งที่ก่อให้เกิดอาการปวดท้องน้อย นั้นส่วนใหญ่เป็นโรคมะเร็งใน อวัยวะเพศหญิง อย่างโรคมะเร็งรังไข่ โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก โรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งการจะทราบถึงสามารถที่แท้จริงได้นั้นจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และชำนาญการ การตรวจสุขภาพ ตามกรอบระยะเวลาพื้นฐาน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

หากมีอาการปวดท้อง แต่ไม่แน่ใจว่า ปวดท้องน้อย หรือ ปวดท้องด้วยสาเหตุอื่น Ocare แนะนำให้มีการตรวจสุขภาพกับแพทย์ที่ไว้ใจได้ และอาการแทรกซ้อน อาจเกิดจากการ หยุดยาคุม ลองอ่านดูแล้วเช็คด่วนว่าตัวเองมีอาการเข้าข่ายหรือไม่

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here