ปวดประจำเดือน 6 อาการที่ไม่ใช่ปวดท้องธรรมดา ต้องรีบพบแพทย์

0
1988

ปวดประจำเดือน 6 อาการที่ไม่ใช่ปวดท้องธรรมดา ต้องรีบพบแพทย์

เชื่อว่าสาวๆ หลายคนน่าจะมีอาการปวดประจำเดือนกันใช่มั้ยคะ ปวดมากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล การแพทย์ในปัจจุบันเชื่อว่า อาการปวดประจำเดือนเกิดจากอิทธิพลของฮอร์โมนซึ่งโดยทั่วไปมักจะ สัมพันธ์กับรอบเดือน ปวดหน่วง ๆ บริเวณท้องน้อย แต่ๆๆๆ ยังมี อาการปวดประจำเดือนที่ผิดปกติโดยมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของ อุ้งเชิงกรานหรือพูดง่ายๆ ว่าปวดประจำเดือนจากการมีโรคซ่อนอยู่ ภายในนั่งเองค่ะ ฟังดูน่ากลัวใช่มั้ยคะ แต่ไม่ต้องกังวล วันนี้หมอมี ความรู้ดี ๆ มาแบ่งปัน เพื่อให้สาวๆ ได้สังเกตอาการปวดประจำเดือน ของตัวเองว่าเข้าข่ายการปวดประจำเดือนที่ผิดปกติหรือไม่

6 อาการปวดท้องประจำเดือนที่สงสัยว่าผิดปกติ

  1. มีอาการปวดประจำเดือนมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนอาการเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกรอบเดือน
  2. มีอาการปวดประจำเดือนมากจนไม่สามารถทำงานได้ตาม ปกติ ถึงแม้จะรับประทานยาแก้ปวดแล้วก็ตาม
  3. อาการปวดประจำเดือนยังมีอยู่ถึงแม้ประจำเดือนในรอบนั้น ๆ จะหมดไปแล้ว
  4. มีอาการปวดประจำเดือนมาก ร่วมกับมีเลือดออกกะปริบกระ ปอย หรือมีประจำเดือนมากกว่าปกติ
  5. ปวดประจำเดือนร่วมกับมีไข้สูง มีตกขาวผิดปกติ เช่น มีกลิ่น เหม็น ปริมาณมาก หรือปวดท้องน้อยข้างใดข้างหนึ่งมาก เป็นพิเศษ
  6. ปวดประจำเดือนร่วมกับคลำได้ก้อนที่ท้อง หรือหน้าท้องโต ขึ้นแบบผิดปกติ

ทีนี้เราลองมาดูกันนะคะว่าโรคอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุให้เกิดการปวด ท้องประจำเดือนที่ผิดปกติ โรคที่เป็นสาเหตุหลักๆ ก็คือ การเจริญผิดที่ ของเยื่อบุโพรงมดลูก หากไปอยู่ที่ใดก็จะทำให้มีอาการปวดได้เนื่องจาก ตัวเยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ภายใต้อิทธิพลของฮอร์โมน เมื่อมีรอบเดือนจึง ทำให้บริเวณนั้นมีอาการปวดไปด้วยค่ะ เช่นบริเวณอุ้งเชิงกราน บริเวณ รังไข่ที่เราเรียกกันว่า ช็อกโกแลตซิสต์นั่นเองค่ะ เจ้าตัวนี้เป็นตัวการที่ ทำให้เราปวดประจำเดือนมากแบบผิดปกติ และยังมีผลต่อการมีบุตร ยากในอนาคตด้วย นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่น ๆ อย่างเช่น เนื้องอกใน โพรงมดลูก หรือเนื้องอกในรังไข่

สาวๆ หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้อาจจะรู้สึกกังวลกับอาการปวด ประจำเดือนของตัวเองกันใช่มั้ยคะ หากใครมีอาการเข้าข่ายที่น่าสงสัย หมอแนะนำให้พบสูตินรีแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง เนื่องจากอาการเป็นส่วนหนึ่งที่นำมาประกอบการวินิจฉัย ทั้งนี้ยังต้อง อาศัยการตรวจร่างกาย การตรวจภายใน และการตรวจพิเศษอื่น ๆ เช่น อัลตราซาวน์ มาประกอบการวินิจฉัยด้วยค่ะ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here