เจาะลึกโรคภัย ผู้หญิงวัย40 +

0
3083

ผู้หญิงวัย40 กับปัญหาความเสี่ยงสุขภาพที่คุณต้องรู้ 

คนเรา พออายุมากขึ้น โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็เริ่มถามหา ซึ่งสุขภาพของ ผู้หญิงวัย40 ปี ขึ้นไป มักมีภัยเงียบรุมเร้าอยู่

จากข้อมูลของ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในส่วนที่ไม่ใช่โรคมะเร็ง อัตราการเจ็บป่วย ที่เป็นกันเยอะ
เมื่อเทียบ กับก่อน อายุ 40 ปี โดยดูว่า ผู้หญิง ที่มีอาการเจ็บป่วย ถึงขั้นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล มีสาเหตุจากอะไรบ้าง ผลปรากฎว่า

86% ผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไป มีความเสี่ยง ที่จะเป็นโรคหัวใจ และ หลอดเลือด เช่นกล้ามเนื้อหัวใจตาย เส้นเลือดในสมองแตก เส้นเลือดในสมองตีบตัน ความดันโลหิตสูง หรือโรคเบาหวาน โดยมีความเสี่ยง เพิ่มเป็น 100 เท่าตัว เมื่อ เทียบกับอายุต่ำกว่า 40 ปี โรคทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นภัยเงียบของผู้หญิง ที่อาจจะไม่แสดงอาการให้เห็น กว่าจะทราบ ก็ต้องไปนอนห้องไอซียู เป็นอัมพฤษ์อัมพาตไปแล้ว

นอกจากโรคหัวใจ และ หลอดเลือด โรคเกี่ยวกับ กระดูก เช่น กระดูกพรุน กระดูกหัก ก็พบมากเช่นกัน แต่ความรุนแรงอาจไม่ได้มาก เท่ากับโรคหัวใจ และ หลอดเลือด ที่เป็นปัญหาหลักของประเทศไทย
ส่วนโรคมะเร็ง ตัวเลข การเจ็บป่วย เพิ่มขึ้นไปมาก เมื่อเทียบกับโรคหัวใจ และ หลอดเลือด อย่าง โรคความดันโลหิตสูง เพิ่มขึ้นเกือบ 200 เท่า เมื่อเทียบกับ ก่อนอายุ 40 ปี

สำหรับผู้หญิงที่เข้าสู่วัย หมดประจำเดือนแล้ว อย่างถาวร ประจำเดือนจะหยุดมา อย่างแน่ชัดแล้วเ ป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ซึ่งผู้หญิงวัยนี้ จะมีอายุในระหว่าง 45-55 ปี ทั้งนี้ บางราย อาจจะเกิดขึ้นได้รวดเร็ว หรือ ช้า ก็ได้เพราะขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ และ ปัญหาสุขภาพ ของแต่ละคน ที่แตกต่างกันไป โดยเราสามารถสังเกต ร่างกายตนเองได้ ว่ากำลังหมดประจำเดือนหรือไม่อย่างไร โดยสังเกต อาการที่เปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ ดังนี้

1. ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ บางเดือนมาถี่ๆ แล้วทิ้งห่างไปหลายเดือน จากนั้นอาจจะกลับมา เป็นได้อีก ปริมาณของเลือดที่ออก อาจจะออกมากกว่าปกติ หรือ น้อยกว่าทุก 2-3 สัปดาห์

2. เกิดอาการร้อนวูบวาบ โดยประมาณ 3 ใน 4 สำหรับสตรีวัยหมดประจำเดือน นอกจากอาการร้อนวูบวาบแล้ว ยังพบว่า เหงื่อออกมามากแม้ยังอยู่ในที่ๆ มีอากาศเย็นก็ตาม และ โดยเฉพาะในเวลากลางคืน เหงื่อมักจะออกมากเป็นพิเศษ โดยอาการเหล่านี้ มักเกิดขึ้น บ่อยครั้ง ในช่วง 2-3 ปีแรก นับจากประจำเดือนหมด และอาการของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ของแต่ละคน ก็มักมีความรุนแรง ที่แตกต่างกันไป

3. ปัญหาเรื่องการนอนหลับ มักมีอาการนอนหลับยาก หรือ นอนไม่หลับเป็นประจำ และตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อยหรืออาจตื่นเช้าเร็วกว่าปกติ

4. อารมณ์ไม่แน่นอน มีอารมณ์แปรปรวนได้ตลอด หงุดหงิด ใจร้อน และ โกรธง่าย ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย

5. เกิดปัญหาภายในช่องคลอด เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง จึงส่งผลให้เนื้อเยื่อภายในช่องคลอดบอบบาง แคบและสั้นลง สารหล่อลื่น รวมทั้งความยืดหยุ่น ก็ลดลงตามไปด้วยจนส่งผลให้เกิดความรู้สึกเจ็บ ในขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือ มีอาการเจ็บๆ แสบคันตามมาได้ โดยอาการดังกล่าว ย่อมทำให้เกิดความเสี่ยง ต่อการติดเชื้อได้ง่าย เพราะ เมื่อช่องคลอดแห้ง สารหล่อลื่น ไม่มีดังเดิม เชื้อแบคทีเรียชนิดดี ที่ป้องกันเชื้อแบคทีเรียชนิดร้าย ก็ย่อมถูกทำลายไปด้วย จึงทำให้มีโอกาสติดเชื้อ เกิดขึ้นได้ง่ายนั่นเอง

6. ปัญหาในระบบทางเดินปัสสาวะ เมื่อระดับเอสโตรเจน ลดลง เนื้อเยื่อบริเวณเยื่อบุท่อปัสสาวะก็ย่อมบางลง ความแข็งแรง ของกระเพาะปัสสาวะ ก็ลดลง ตามไปด้วย ผู้หญิงวัยทอง ส่วนใหญ่ จึงมักมีอาการปัสสาวะแล้วแสบ บางรายกลั้นปัสสาวะในเวลาไอ จาม หรือ ตอนยกของหนักไม่ได้จนทำให้มีปัสสาวะเล็ดลอดออกมา

7. ผิวพรรณเหี่ยวย่นเกิดริ้วรอย เนื่องจากร่างกาย เกิดการสร้างสารคอลลาเจน น้อยลง ผิวหนัง จึงแห้งหยาบกร้านได้ง่าย สูญเสียความชุ่มชื้น ไม่เต่งตึง เปล่งปลั่ง เหมือนเก่า ทั้งยังพ่วงมาพร้อม อาการคันยุบยิบ มีอาการอักเสบแพ้ จากผดผื่นร่วมด้วยได้ง่าย ดังนั้น จึงควรหมั่นทาโลชั่น บำรุงผิว เป็นประจำ เพื่อป้องกัน ไม่ให้ผิวเสื่อมสภาพ มากไปกว่าที่ควรเป็น

8. การเจริญพันธุ์เริ่มเสื่อมลง เพราะช่วงเวลา ของการตกไข่เริ่มไม่มีความแน่นอน อาจทำให้ ระบบการเจริญพันธุ์อ่อนแอ ลงตามไปด้วย แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังสามารถตั้งครรภ์ได้เสมอ จนกว่าประจำเดือนจะหยุดอย่างถาวร เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปีเต็ม

โรคที่กล่าวทั้งหมด สามาถป้องกันและลดความรุนแรงได้ ผู้หญิง วัย40 ขึ้นไป เข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และได้รับคำแนะนำ ในการดูแลร่างกายตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะมีอาการรุนแรง และต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก ค่ายาแพง

วิธีการง่ายๆ นั่นคือการเข้ารับ การตรวจสุขภาพ ผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปี ขึ้นไป มาตรวจร่างกาย ชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต วัดเส้นรอบเอว และตรวจเลือด ค่าใช้จ่ายไม่เยอะ เสียเวลาก็ไม่มากโรงพยาบาลทุกแห่งทำได้หมด เพราะ เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น ระบบฮอร์โมนในร่างกาย ที่ดูแลผู้หญิงมาตลอด 30 -40 ปี เริ่มลดลงความเสื่อมบางอย่าง เริ่มเกิดขึ้น โดยเฉพาะทางหัวใจ และ หลอดเลือด ผู้หญิงกลุ่มนี้ จะต้องไปปรับวิธีการดำรงชีวิตใหม่ เช่น การกิน การอยู่ การออกกำลังกาย ปัจจัยที่มีผลเสียต่อสุขภาพ การรับประทานอาหาร เช่น ไขมัน น้ำตาล โรคอ้วน การไม่ออกกำลังกาย ล้วนเป็นเรื่องที่จำเป็น ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็จะช่วยลด และ ป้องกันปัญหาต่างๆ  ที่จะเกิดขึ้น เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น
ที่มาข้อมูล: นพ.สันธา ศรีสุภาพ กลุ่มงานสูตินรีเวชศาสตร์
รพ.ราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงศาธารณสุข
จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here