สีปัสสาวะบอกโรคและสุขภาพได้จริงหรือ?

0
3652
ปัสสาวะบอกโรค

สีปัสสาวะบอกโรคได้

สีปัสสาวะ

ปัสสาวะ คือ ของเสียที่ไตกรองออกมาจากเลือด สามารถช่วยบอกโรคได้หลายชนิด เช่น โรคไต โรคเบาหวาน โรคตับ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ แม้จะสามารถบอกโรคได้มากมาย แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่ค่อยสังเกต สีปัสสาวะ หรือปัสสาวะของตัวเองเวลาเข้าห้องน้ำกันนัก ทั้งที่เป็นวิธีการสังเกตโรคเบื้องต้นที่ง่าย และทำให้สามารถเตรียมรับมือ หรือแก้ไขปัญหาสุขภาพได้ทันท่วงที

สีปกติ

สีเหลืองใส

ตามปกติแล้ว ปัสสาวะจะมีสีเหลืองอ่อนจนถึงสีเหลืองเข้มใส ไม่ขุ่น โดยความความอ่อนเข้มจะขึ้นอยู่กับปริมาณการดื่มน้ำในแต่ละวัน หากดื่มน้ำมาก สีปัสสาวะจะเป็นสีเหลืองอ่อน ถ้าดื่มน้ำน้อย สีปัสสาวะจะเหลืองเข้มใส แต่ถ้าสีปัสสาวะของคุณนอกเหนือไปจากนี้แล้วละก็ แสดงว่าคุณอาจจะกำลังป่วยเป็นโรคใดโรคหนึ่งอยู่ก็ได้

สีอมแดง

ปัสสาวะสีอมแดง

ก่อนอื่นคุณได้ทานผักผลไม้ที่มีสีแดง เช่น แบล็คเบอร์รี่ บีทรูท หรือยาที่ส่งผลให้ฉี่มีสีแดงหรือไม่ ถ้าแน่ใจว่าไม่ได้กิน ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายดูก่อนนะคะ เพราะปัสสาวะสีอมแดง คือสัญญาณที่บอกว่า มีเม็ดเลือดแดงในเส้นเลือดแตกมากกว่าปกติ และยังหมายถึงการมีเลือดออกบริเวณทางเดินปัสสาวะซึ่งเป็นอาการของโรคต่าง ๆ เช่น นิ่ว เนื้องอก การติดเชื้อทางเดินระบบปัสสาวะ หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และยังหมายถึงว่าอวัยวะภายในร่างกายเกิดการฉีกขาดได้ค่ะ สีแดง สีนี้อาจเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงในหลาย ๆ เรื่อง อาจจะเป็นเลือดในปัสสาวะที่เรียกว่า hematuria เป็นสัญญาณของโรคไต การติดเชื้อ หรือเนื้องอกในทางเดินปัสสาวะ และอาจเป็นสัญญาณว่ามีปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก หรือความผิดปกติระบบสืบพันธุ์ที่ ปัสสาวะสีแดงจึงเป็นสีที่ควรปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ

สีน้ำตาล

ปัสสาวะสีน้ำตาล

การทานถั่วในปริมาณมากสามารถทำให้ปัสสาวะของคุณกลายเป็นสีน้ำตาลได้ รวมถึงยาหลายชนิด แต่ในขณะเดียวกัน สีน้ำตาลมีสาเหตุมาจากปัญหาสุขภาพหลายอย่าง อาจจะเกี่ยวกับโรคที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตก เช่น โรคธาลัสซีเมียบางชนิด โรคที่ก่อให้เกิดกล้ามเนื้อสลายตัว ซึ่งก็พบได้จากหลายสาเหตุ เช่น การใช้ยาหรืออาหารเสริมบางชนิด ออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง ภาวะลมแดด และโรคที่เกิดความผิดปกติของภูมิคุ้มกันที่ไปทำลายตัวกรองที่ไต ทำให้เส้นเลือดที่ไตทำการกรองผิดปกติ มีเลือดหลุดเข้ามาในปัสสาวะ อาจหมายถึงลิ่มเลือดที่ปนออกมากับปัสสาวะ หรือน้ำดีจากภาวะดีซ่านได้เช่นกัน

ปัสสาวะมีสีขุ่นขาวปัสสาวะสีขุ่นขาว

อาจทานอาหารมากเกินไป และมีความเสี่ยงจะเป็นโรคเบาหวานได้เช่นกัน

สีคล้ายน้ำนม

อาจเป็นสีของหนองที่เกิดจากทางเดินปัสสาวะอักเสบ หรือสีของไขมันที่เกิดจากการที่ท่อน้ำเหลืองอุดตัน อาจเกิดจากแร่ธาตุต่างๆ เช่นแคลเซียม หรือฟอสเฟต ภาวะนํ้าเหลืองรั่วสู่ทางเดินปัสสาวะ  การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ นิ่ว หรือโปรตีนที่มากเกินไป มักพบในผู้ป่วยโรคเท้าช้าง

สีเหลืองเข้ม

ปัสสาวะสีเหลืองเข้ม

บ่งบอกถึงการดื่มน้ำน้อยเกินไป แต่ไม่ถือว่ามีอันตราย เพียงแค่ควรดื่มน้ำเพิ่มค่ะ นอกจากนั้นอาจเกิดจากอาจเกิดจากยาหรืออาหารที่ผสมวิตามินบี หรือหากมีอาการอ่อนเพลีย ตัวเหลือง ตาเหลืองร่วมด้วยอาจมาจากภาวะตับอักเสบ หรือการอุดตันของถุงน้ำดี แต่ถ้าคุณมั่นใจว่าดื่มน้ำมากพอ แต่ปัสสาวะยังเป็นสีเหลืองเข้มอยู่ คุณอาจมีโรคไตแฝงมาแล้วก็ได้ ถ้ามีอาการตัวเหลืองร่วมด้วย ก็สามารถหมายถึงภาวะดีซ่านได้ ส่วนปัสสาวะสีเหลืองอ่อน ให้สังเกตว่าร่างกายได้รับวิตามินบี 2 มากเกินไปจนต้องขับออกจากร่างกายหรือไม่

สีเหลืองอำพันหรือเหลืองน้ำผึ้ง

ปัสสาวะสีเหลืองอำพันหรือเหลืองน้ำผึ้ง

ค่อนข้างขาดน้ำ ควรดื่มน้ำให้มากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยมีประวัติของนิ่วในไต หรือเกิดจากเม็ดเลือดแดงในเส้นเลือดแตกมากกว่าปกติ

สีส้มอ่อน

ปัสสาวะสีส้มอ่อน

อาจเป็นไปได้ว่าขาดน้ำ หรืออาจเกิดจากปัญหาจากตับ หรือท่อน้ำดี อาหารที่บริโภค หรือการขับถ่ายของวิตามินบีส่วนเกินออกจากกระแสเลือด

สีส้ม

ปัสสาวะสีส้ม

ผู้ป่วยโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบอาจจะมีปัสสาวะสีส้ม ซึ่งเป็นผลข้างเคียงมาจากยาที่ใช้ในการรักษา อาจเกิดจากยาบางชนิดเช่น rifampin หรือ phenazopyridine ซึ่งเป็นผลข้างเคียงมาจากยาที่ใช้ในการรักษา

สีน้ำเงิน

ปัสสาวะสีน้ำเงิน

แม้ว่าปัสสาวะสีน้ำเงินจะดูน่าตกใจ แต่ถ้าคุณอยู่ในช่วงที่ทานยารักษาอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะตัวยาจะส่งผลให้ปัสสาวะกลายเป็นสีน้ำเงินหรือสีฟ้าอ่อน ๆ

นอกจากสีปัสสาวะแล้ว การสังเกตอาการร่วม หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่น ๆ เช่น กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะบ่อยขึ้น มีอาการปวดแสบขัดเวลาปัสสาวะ ปวดเอวหรือท้องน้อย รวมไปถึงชนิดของอาหาร และยาที่รับประทาน ก็สามารถทำให้คุณประเมินระดับสุขภาพของคุณได้อย่างคร่าว ๆ ว่าปกติดี หรือว่ามีปัญหาจนต้องไปพบแพทย์  เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยโรคอย่างถูกต้อง และได้รับการรักษาที่ทันท่วงที

ความขุ่นของปัสสาวะ

ความขุ่นของปัสสาวะ

ปัสสาวะที่ถ่ายใหม่ ๆจะใส ถ้าตั้งทิ้งไว้จะขุ่นได้ เนื่องจากปัสสาวะเป็นอาหารที่ดีสำหรับแบคทีเรีย แบคทีเรียจึงเจริญเติบโตขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นมากมายอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัสสาวะขุ่นได้

สาเหตุความขุ่นอีกอย่างหนึ่งคือแบคทีเรียจะเปลี่ยนยูเรียในปัสสาวะให้เป็นแอมโมเนีย แอมโมเนียจะทำให้ปัสสาวะมีฤทธิ์เป็นด่าง ด่างก็จะช่วยตกตะกอนของสารบางอย่าง เช่น พวกฟอสเฟท ยูเรท ทำให้ปัสสาวะขุ่นได้ เช่นเดียวกัน ถ้าปัสสาวะที่ถ่ายใหม่ขุ่น เช่น ขุ่นและมีสีแดง ปัสสาวะอาจมีเลือดปนปัสสาวะขุ่นคล้ายนมอาจเกิดจากหนองหรือไขมัน

บางครั้งความขุ่นของปัสสาวะเกิดจากอาหารและยา ซึ่งเป็นสาเหตุของการตกตะกอนของสารบางชนิดได้เช่นเดียวกัน เช่น ยาซัลฟา กินแล้วไม่ได้ดื่มน้ำมาก ๆ อาจจะตกตะกอนเป็นผงหรือผลึก ทำให้ปัสสาวะขุ่น ถ้าอาการปวดท้อง ปวดดื้อ จนถึงปวดรุนแรงเป็นพัก ๆ จนบิด ปัสสาวะน้อยและขุ่น จำทำให้นึกถึงโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ

ผลไม้มีผลปัสสาวะเปลี่ยนสี

อาหารและยาบางอย่างทำให้สีปัสสาวะเปลี่ยนไป แบบนี้ไม่เรียกว่าเป็นสีที่เป็นโรค เช่นกินมะละกอสุกจำนวนมาก หรือยาขับปัสสาวะบางอย่างจะทำให้ปัสสาวะเป็นสีเหลืองส้ม ยาที่มีส่วนผสมเมทิลีนบลู จะทำให้ปัสสาวะเป็นสีน้ำเงิน เมื่อผสมกับสีเหลืองของปัสสาวะอาจเพี้ยนไปเป็นสีเขียวได้ ยาบางอย่างทำให้ปัสสาวะเป็นสีแดงแต่ไม่ขุ่น หรือกินอาหารที่ผสมสีเช่น ไส้กรอก ขนมใส่สีบางอย่าง ทำให้ถ่ายปัสสาวะมีสีต่างๆ ได้เช่นเดียวกัน

ถ้าปัสสาวะผิดปกติจะเก็บไปตรวจทำอย่างไร

1.ก่อนที่จะเก็บปัสสาวะ

ตรวจปัสาสวะ

ควรจะต้องทราบเสียก่อนว่า จะเก็บเพื่อตรวจหาอะไร เช่น ต้องการดูสีควรงดอาหารและยาที่ทำให้เกิดสีก่อนสักวันสองวัน เป็นต้น

2.ก่อนถ่ายปัสสาวะเพื่อเก็บตรวจ

ทำความสะอาดก่อนถ่ายปัสสาวะเพื่อเก็บตรวจ

ควรล้างปากช่องอวัยวะที่จะถ่ายให้สะอาด หรือจะใช้สำลีชุบน้ำเช็ค ถ้าเป็นหญิงต้องเช็ดจากหน้าไปหลังเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากช่องคลอดหรือทวารหนัก

3.ควรเก็บปัสสาวะครั้งแรกที่ตื่นนอนเช้า

ปัสสาวะครั้งแรกที่ตื่นนอนเช้า

ก่อนกินอาหารหรือน้ำใด ๆ เพราะมีความเข้มข้นมากที่สุด

4.ควรเก็บปัสสาวะระยะกลาง ๆ ของการถ่ายมาดู

สีปัสสาวะ

ระยะนี้ปัสสาวะออกมาจากกระเพาะปัสสาวะ ส่วนระยะเริ่มแรกถ่ายกับตอนสุดท้ายที่ขมิบ ควรจะใช้ภาชนะแยกอีกใบหนึ่งหรือสองใบรองไว้ สังเกตการขุ่น ซึ่งอาจจะปนเปื้อนมาจากช่องคลอด ไม่ได้เกิดจากความขุ่นของปัสสาวะก็ได้

5.ควรส่งตรวจทันทีเมื่อถ่ายใหม่ ๆ

ตรวจปัสสาวะ

ภายใน 3 ชั่วโมง หลังจากปัสสาวะ

ปัสสาวะ เป็นการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายตามธรรมชาติ และด้วยความรู้สึกว่าปัสสาวะเป็น “ของเสีย” ทำให้หลายคนอาจจะไม่เคยหันกลับไปมองดู สีปัสสาวะ ของตัวเองเลยก็เป็นได้ แต่ของเสียที่ร่างกายขับออกมาในรูปของปัสสาวะนั้น เป็นสิ่งสำคัญมากกว่าที่คิด เวลาที่เราไปตรวจสุขภาพ ยังต้องมีการตรวจปัสสาวะร่วมด้วย เพราะมันสามารถบ่งบอกถึงสุขภาพของเรา พฤติกรรมการใช้ชีวิต ไปจนถึงโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้

กลิ่นของปัสสาวะ

กลิ่นของปัสสาวะ

ปกติปัสสาวะเมื่อถ่ายออกมาสด ๆ จะมีกลิ่นหอมกำยาน และถ้าตั้งทิ้งไว้ค้างคืน จะมีกลิ่นแอมโมเนีย อาหารและยาทำให้กลิ่นปัสสาวะเปลี่ยนแปลงได้ เช่น สะตอ สตือ ทำให้ปัสสาวะมีกลิ่นฉุน

ปัสสาวะมีกลิ่นฉุน

กลิ่นปัสสาวะใหม่ ๆสด ๆ บางกลิ่นสามารถเดาได้ว่าเป็นปัสสาวะของโรคอะไร เช่น กลิ่นน้ำนมแมวมักจะพบในปัสสาวะของคนที่เป็นเบาหวานที่เป็นมากและไม่ได้รักษา กลิ่นเหม็นเน่าเกิดจากการติดเชื้อมักจะพบปัสสาวะขุ่นเป็นหนองด้วยกลิ่นแอมโมเนียของปัสสาวะใหม่สด แสดงถึงการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น

แต่อย่ารอให้ถึงเวลาไปตรวจร่างกายเลยครับ ทุกครั้งยามขับถ่ายปัสสาวะในชีวิตประจำวัน อย่าลืมหันกลับไปสังเกต สีปัสสาวะ ของตัวเองด้วย เพราะมันสามารถสื่อนัยถึงสุขภาพของเราได้ในหลายๆ เรื่อง

นอกจากเรื่องของสีปัสสาวะ แล้ว ก็อย่าลืมใส่ใจในเรื่องพฤติกรรมการขับถ่ายปัสสาวะของตัวเองด้วย เช่น ไม่ควรกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน ควรปัสสาวะวันละ 3-5 ครั้ง หากมากกว่าหรือน้อยกว่านี้ ควรสังเกตอาการผิดปกติอื่น ๆ หากมีควรปรึกษาแพทย์ และทางที่ดีไม่ควรกินอาหารรสเค็มจัด และควรทำความสะอาดบริเวณขับถ่ายอยู่เสมอด้วยนะคะ ด้วยความห่วงใยจากโอแคร์ค่ะ

 

อ้างอิงจาก สสส , หมอชาวบ้าน 

Tel: 099-131-9919
Website : www.ocare.co.th
Facebook.com/Ocarehealth
Instagram.com/Ocarehealth
Line ID : @ocarehealth
👇👇คลิก https://line.me/R/ti/p/%40hsv2260s

เพิ่มเพื่อน“คลิกโอแคร์ ดูแลถึงบ้าน”
Ocare : โอแคร์ คือ ผู้ให้บริการตรวจสุขภาพถึงบ้าน พร้อมวิเคราะห์ผลตรวจสุขภาพโดยแพทย์ รับผลตรวจทันทีภายใน 24 ชั่วโมง
#โอแคร์#Ocare#ตรวจสุขภาพ#ตรวจสุขภาพถึงบ้าน#โปรแกรมตรวจสุขภาพ#ตรวจสุขภาพโดยแพทย์#ตรวจสุขภาพโดยพยาบาล#ผลสุขภาพออนไลน์

Ocare โอแคร์

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here